คู่มือเที่ยวเกาหลีครั้งแรก 2026 ฉบับสมบูรณ์
อันนยองฮาเซโย? สวัสดีครับ บทความนี้ผมตั้งใจไว้ว่าจะให้เป็นไกด์ไลน์สำหรับคนที่กำลังอยากจะไปเที่ยวเกาหลีครั้งแรก แต่ยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นจากตรงไหน ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง
บทความนี้จะขอแนะนำข้อมูลต่าง ๆ ที่คุณควรรู้ก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศเกาหลี เพื่อที่จะสามารถเตรียมตัวให้มีความพร้อมมากที่สุด และไม่กังวลกับปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดการเดินทาง
แน่นอนว่าการไปเที่ยวเกาหลีครั้งแรกอาจจะไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปแน่นอน แล้วจะรู้เลยครับว่า เที่ยวเกาหลีนั้นไม่ยากอย่างที่คิด !!
1. ฤดูกาล
เกาหลีนั้นจะมีฤดูที่แตกต่างกันไป 4 ฤดู ครับ แต่ละฤดูนั้นก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป - 🌸 ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.-พ.ค.) เริ่มกันที่ฤดูกาลยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอย่าง ฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจุดเด่นของฤดูใบไม้ผลิก็คือ อากาศที่ค่อนข้างเย็นสบาย ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20°C และมีพระเอกอย่าง 'พ็อดกด' หรือดอกซากุระเกาหลี ที่จะบานทั่วประเทศในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน หากคุณ ยังคิดไม่ออกว่าจะไปช่วงไหนดี ผมขอแนะนำฤดูใบไม้ผลิเป็นตัวเลือกแรกๆ เลยครับ - ☀️ ฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ขอสารภาพตามตรงว่า เป็นฤดูที่ผมโดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบที่สุดเลยครับ 555 ฤดูร้อนของเกาหลีนั้นอุณหภูมิเฉลี่ยจะอยู่ที่ 25-33°C แต่ถ้าช่วงพีค ๆ นั้นอุณหภูมิจะเลยขึ้นไปถึง 35 และอาจจะแตะ 40 องศาเลยทีเดียว แต่ว่าฤดูร้อนก็มีข้อดีตรงที่ เสื้อผ้าที่ขายก็จะเป็นสไตล์หน้าร้อนครับ เราสามารถช้อปปิ้งเสื้อผ้าที่เหมาะกับการมาใส่ในเมืองไทยได้ง่ายมาก ๆ - 🍂 ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.-พ.ย.) อีกหนึ่งฤดูกาลยอดนิยมของการมาเที่ยวเกาหลีครับ มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 10-20°C เหมือนฤดูใบไม้ผลิไม่มีผิด ทำให้สภาพอากาศนั้นเย็นสบาย รวมถึงได้บรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสีที่จะเห็นได้ทั่วประเทศเกาหลีอีกด้วย หากใครชื่นชอบบรรยากาศของใบไม้สีส้มสีแดง แนะนำให้มาช่วงนี้เลยครับ - ❄️ ฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) สายสกีหรือหิมะ ก็ต้องคู่กับฤดูหนาวอย่างแน่นอนครับ มีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -5 ถึง 5°C แม้ว่าอากาศจะค่อนข้างหนาว แต่หลายคนมักจะมาในช่วงฤดูหนาวนี้เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศแสงสีในช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือเทศกาลปีใหม่ ที่มักจะตกแต่งประดับประดาตึกอาคารต่างๆ ด้วยแสงไฟ ได้บรรยากาศถ่ายรูปสวย ๆ ง่ายมาก ใครชอบถ่ายรูปมาช่วงนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน
เที่ยวเกาหลีเดือนไหนดี? คำแนะนำรายเดือน
คำถามยอดฮิตของนักเดินทางชาวไทยเลยครับ จะตอบแบบตรงๆ ว่าแต่ละเดือนเป็นยังไง เหมาะกับใครบ้าง
| เดือน | อุณหภูมิ | บรรยากาศ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| มกราคม | -5 ถึง 3°C | หนาวมาก อาจมีหิมะ | สายหิมะ สกี |
| กุมภาพันธ์ | -3 ถึง 5°C | หนาว เริ่มอุ่นขึ้น | สายหิมะ เทศกาลปีใหม่จีน |
| มีนาคม | 2 ถึง 12°C | ซากุระเริ่มบาน | ดอกซากุระ |
| เมษายน | 8 ถึง 18°C | ซากุระบานเต็มที่ อากาศดีมาก | ดอกซากุระ ท่องเที่ยว |
| พฤษภาคม | 14 ถึง 23°C | อากาศดีที่สุด สดชื่น | ทุกคน |
| มิถุนายน | 19 ถึง 28°C | ร้อนขึ้น ฝนมา | ชายหาด ช้อปปิ้ง |
| กรกฎาคม | 23 ถึง 32°C | ร้อน ชื้น ฝนตก | ชายหาด เชจู |
| สิงหาคม | 23 ถึง 33°C | ร้อนที่สุด | ชายหาด |
| กันยายน | 16 ถึง 26°C | อากาศดี ใบไม้เริ่มเปลี่ยน | ใบไม้แดง ท่องเที่ยว |
| ตุลาคม | 9 ถึง 19°C | ใบไม้แดงสวยที่สุด | ใบไม้แดง |
| พฤศจิกายน | 2 ถึง 12°C | เย็น ใบไม้ร่วง | ใบไม้แดง |
| ธันวาคม | -4 ถึง 5°C | หนาว ไฟคริสต์มาส | คริสต์มาส ปีใหม่ |
ช่วงที่แนะนำที่สุด
อันดับ 1: เมษายน — ซากุระบานพร้อมกันทั่วประเทศ อากาศดีที่สุด ไม่ร้อนไม่หนาว เหมาะกับทุกคนโดยเฉพาะคนที่มาครั้งแรก
อันดับ 2: ตุลาคม — ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดงส้ม สวยมากและอากาศดีพอๆ กับเมษายน
อันดับ 3: พฤษภาคม — อากาศดี เย็นสบาย ไม่แน่นเท่าเดือนเมษายน
💡 เที่ยวเกาหลีเดือนเมษายนดีไหม? ดีมากครับ! เดือนเมษายนเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานเต็มที่ อุณหภูมิอยู่ที่ 8-18°C เย็นสบาย ไม่ต้องพกเสื้อกันหนาวหนักๆ แต่ควรจองที่พักและตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าเพราะเป็น High Season ราคาสูงและคนเยอะ
2. วีซ่าและเอกสาร
✅ คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยเรานั้นสามารถเข้าประเทศเกาหลีโดยไม่ต้องขอวีซ่า และสามารถอยู่ท่องเที่ยวได้ในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
สิ่งที่ต้องมีก่อนการเดินทาง: - ✈️ พาสปอร์ต (เหลืออายุ 6+ เดือน) - 📱 K-ETA (ยื่นออนไลน์ที่ k-eta.go.kr) - ค่าธรรมเนียม: 10,000 วอน (≈260-270 บาท) - ใช้ได้ 3 ปี นับจากวันที่อนุมัติ - อนุมัติภายใน 72 ชม.
ส่วนด้านล่างนี้เป็นสิ่งที่ควรจะต้องมีก่อนการเดินทาง เพื่อเป็นหลักฐานในการเดินทางของเราว่า เรานั้นมีจุดประสงค์เพื่อมาท่องเที่ยวจริง ๆ (ซึ่งเป็นหนึ่งในการพิจารณาของ ตม. ที่อาจจะขอดู) - 🎫 ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ - 🏨 หลักฐานที่พัก - 💳 ประกันเดินทาง (แนะนำ)
3. งบประมาณ
เรื่องงบประมาณผมอาจจะขอแยกเป็นรายการเพื่อที่จะให้เพื่อนๆมองเห็นภาพรวมกันได้ง่ายและครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะได้เจอในทริป แล้วเพื่อนๆ ลองเอาไปคำนวณยอดรวมกันดู ปรับให้เหมาะสมกับทริปของแต่ละคนกันนะครับ
ค่าตั๋วเครื่องบิน ราคาตั๋วเครื่องบินนั้นขอแบ่งแบบง่ายๆ เป็น 2 แบบแล้วกันนะครับ - Low cost: สายการบินราคาประหยัด ถ้าหากใครมีงบจำกัดจริงๆ ก็สามารถเลือกสายการบินแบบ Low cost ได้ โดยที่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 - 12,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จอง ถ้าหากเลือกช่วงโลว์ซีซั่น และจองล่วงหน้านานหน่อย หรือเลือกบินแบบ 1 stop ราคาอาจจะลงไปถึง 5,000 ก็ได้ - Full service: ราคาจะแรงกว่า Low cost แต่ก็แลกมากับความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นในหลายๆ ด้าน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 - 18,000 บาทขึ้นไป
ค่าที่พัก ที่พักเวลาไปเที่ยวเกาหลีนั้นมีค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับผู้เดินทาง จำนวนคน รวมถึงบัดเจ็ดด้วยครับ สามารถเลือกได้ตั้งแต่ราคาหลักร้อย ไปจนถึงราคาหลักหลายพันต่อคนต่อคืน ก็ขึ้นอยู่กับว่าที่พักจะเป็นประเภทไหน คร่าวๆ ผมขอแบ่งออกเป็นประมาณนี้ครับ - เกสต์เฮาส์ / โฮสเทล: ที่พักราคาประหยัดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเซฟค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งที่พักแบบนี้มีอยู่ทั่วไปในเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านแหล่งท่องเที่ยว และด้วยความที่ราคาค่อนข้างถูก อาจจะต้องแลกกับการที่ต้องแชร์ห้องกับคนแปลกหน้า หากเราไม่ได้ไปกันหลายคน แต่ก็ถือเป็นข้อดีสำหรับคนที่ต้องการพบเพื่อนใหม่ ๆ ราคาของที่พักแบบนี้จะอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 30,000 วอนต่อคนต่อคืน - โรงแรม : แน่นอนว่าโรงแรมคือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเป็นส่วนตัว โรงแรมในเกาหลีนั้นมีหลากหลายระดับ ตั้งแต่โรงแรม 2-3 ดาว ไปจนถึงโรงแรมสุดหรูใจกลางเมือง ราคาต่อคืนประมาณ 100,000 - 400,000 วอน - บ้านพักสไตล์ฮันอก: หากคุณเป็นคนที่อยากเข้าถึงบรรยากาศแบบเกาหลี๊ เกาหลี เหมือนดั่งในซีรีส์ ขอแนะนำบ้านพักสไตล์ฮันอกเลยครับ โดยบ้านพักแบบนี้มักจะพบเห็นได้บ่อยในย่านท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หรือย่านหมู่บ้านโบราณของเกาหลีครับ โดยราคาแบบบ้านพักฮันอกอยู่ที่ประมาณ 50,000 - 200,000 วอน - Airbnb: ที่พักแบบ Airbnb เป็นที่พักที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ข้อดีของที่พักแบบนี้คือจะได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านมากกว่าอยู่โรงแรม แถมราคายังค่อนข้างเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินของเราอย่างมาก
เปรียบราคาโรงแรมและตั๋วเครื่องบินได้ที่ Trip.com — มีโปรโมชั่นบ่อย จองล่วงหน้าได้ราคาดีที่สุด
เปรียบราคาบน Trip.com →เปรียบราคาโรงแรมและตั๋วเครื่องบินได้ที่ Trip.com — มีโปรโมชั่นบ่อย จองล่วงหน้าได้ราคาดีที่สุด
เปรียบราคาบน Trip.com →ค่าอาหาร: ค่าอาหารที่เกาหลีนั้นมีค่อนข้างหลากหลายรูปแบบ แต่จะขอแบ่งง่ายๆ ดังนี้ - มื้อปกติ: มื้อโดยทั่วไปที่เรามักจะกินกัน เช่น อาหารจานเดียว ชุดอาหารเซ็ต ฯลฯ ราคาต่อมื้อจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 20,000 วอน - ร้านชื่อดัง / ปิ้งย่าง: แน่นอนว่ามาเกาหลีทั้งที ก็ต้องกินร้านอาหารชือดัง หรือร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลีบ้างใช่มั้ย ? แน่นอนว่าราคาอาจจะแรงกว่ามื้อปกติ ราคาต่อมื้อจะตกประมาณ 20,000 - 40,000 วอน - Mart: มื้อเสริมสำหรับการเข้ามาร์ทเกาหลี ที่เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องเข้าไปซื้อของกิน น้ำ ขนม กันบ้างไม่มากก็น้อย ราคาต่อการเข้ามาร์ท 1 ครั้ง เฉลี่ยอยู่ที่ 5,000 - 10,000 วอน
ค่าเดินทาง: การเดินทางในเกาหลีนั้นสามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ โดยที่หลักๆ แล้วหากมาท่องเที่ยวในกรุงโซล สามารถโดยสารรถไฟใต้ดิน หรือรถบัสได้สะดวก ค่าโดยสารต่อเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 วอน
ค่าเข้าสถานที่: สถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีหลายแห่งนั้นสามารถเข้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือบางแห่งก็มีค่าเข้าที่ถูกมากๆ เช่น พระราชวังต่างๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ กลับกันหลายที่ก็จะมีค่าเข้าที่มีราคาค่อนข้างสูง เช่น สวนสนุก เป็นต้น โดยราคาค่าเข้านั้นมีตั้งแต่ 1,000 - 20,000 วอน
ค่าช้อปปิ้ง: ส่วนสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงก็คือค่าช้อปปิ้งที่ขึ้นอยู่กับสไตล์แต่ละคนเลยครับ ใครช้อปปิ้งน้อย เข้าคาเฟ่น้อย ก็อาจจะเตรียมไปไม่เยอะ แต่ถ้าใครสายช้อปปิ้ง ก็เตรียมเงินไปหนักๆ เลยครับ (เกาหลีสามารถใช้บัตรเครดิต / ทราเวลการ์ด ได้นะ สะดวกมากๆ ไม่ต้องแลกเงินสดมาเยอะครับ)
4. สายการบิน
สายการบินในประเทศไทยที่มีไฟล์ทบินไปถึงประเทศเกาหลีนั้นมีค่อนข้างเยอะเลยครับในปัจจุบัน มีทั้งแบบราคาประหยัดจนถึงแบบ Full-service ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความพอใจของเราตามที่บอกไปด้านบน มีทั้งแบบบินตรงหรือแวะเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศอื่นก่อน แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปครับ โดยสายการบินที่ให้บริการ บินตรง จากไทยไปเกาหลี อย่างเช่น - Thai Airways สายการบิน Full Service ของไทย - Korean Air สายการบิน Full Service หลักของเกาหลี - Asiana Airlines อีกหนึ่งสายการบิน Full Service เกาหลี - Jeju Air สายการบิน Low Cost จากเกาหลี - Air Busan สายการบิน Low Cost จากเกาหลี - T'way Air สายการบิน Low Cost จากเกาหลี - Thai VietJet Air สายการบิน Low Cost ของไทย - Thai AirAsia X สายการบิน Low Cost ของไทย - Air Premia สายการบินสายการบินกึ่ง Full Service จากเกาหลี
นอกจากการบินตรง ยังมีสายการบินต่างประเทศที่มี เที่ยวบินต่อเครื่อง ผ่านเมืองในเอเชีย เช่น: - China Eastern, China Southern - Vietnam Airlines - Cathay Pacific - Singapore Airlines
5. ที่พัก
ด้านบนได้พูดถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่พักไปแล้ว แต่อาจจะยังมองภาพไม่ออกสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ในเกาหลีว่า ควรจะพักแถวไหน บริเวณไหนดี โดยจะขออ้างอิงจากย่านในกรุงโซลเป็นหลักแล้วกันนะครับ เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่ถ้าจะมาเที่ยวเกาหลีครั้งแรกน่าจะต้องเลือกกรุงโซลเป็นจุดหมายปลายทางก่อนแน่นอน
🏙️ Myeongdong - แหล่งที่พักยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากอยู่ใจกลางกรุงโซล อยู่ในแหล่งช้อปปิ้ง มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย มีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีมยองดง เดินทางไปมาสะดวก มีตั้งแต่ที่พักสไตล์เกสต์เฮาส์ ไปจนถึงโรงแรมหรูให้เลือกตามเงินในกระเป๋า รวมถึงอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์คอย่างโซลทาวเวอร์ หรือ พระราชวังคยองบก
🎨 Hongdae - อีกหนึ่งย่านที่พักที่ได้รับความนิยมไม่แพ้มยองดง เป็นแหล่งช้อปปิ้งของเหล่าวัยรุ่น รวมถึงวัยทำงาน มีร้านค้าร้านอาหารมากมาย โดยรวมแล้วไม่ต่างจากมยองดงมากนัก เป็นอีกหนึ่งย่านที่นักท่องเที่ยวมักจะมาพักกัน
💼 Gangnam - เป็นศูนย์กลางธุรกิจ แฟชั่น และที่อยู่อาศัยที่หรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ ขึ้นชื่อเรื่องตึกสูงระฟ้า ห้างสรรพสินค้าแบรนด์เนม คลินิกศัลยกรรมความงามมาตรฐานสูง คาเฟ่เก๋ไก๋ และแหล่งช้อปปิ้งใต้ดินที่คึกคัก ถือเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยและวิถีชีวิตที่หรูหรา
👘 Jongno/Insadong - ย่านวัฒนธรรมของเกาหลี หากใครต้องการบรรยากาศที่เงียบสงบ รวมถึงอินกับประวัติศาสตร์แบบเกาหลี ขอแนะนำย่านนี้ครับ (ผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ชอบพักย่านนี้) เป็นย่านที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย ทำให้ได้บรรยกาศที่เงียบสงบ รวมถึงการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวกไม่ต่างจากที่อื่น
6. อินเทอร์เน็ต
เรื่องอินเทอร์เน็ตสำคัญมากครับ เพราะต้องใช้แผนที่ แปลภาษา เรียกแท็กซี่ หรือโพสต์รูป ในเกาหลีมี 2 ตัวเลือกหลักๆ
📱 SIM Card (แนะนำ!) - สะดวกสุด เสียบแล้วใช้ได้เลย ไม่ต้องพกอุปกรณ์เพิ่ม ราคา 200-600 บาท (3-10 วัน) ใช้เน็ตไม่อั้น ซื้อจาก Klook, Shopee หรือสนามบิน แนะนำซื้อล่วงหน้าถูกกว่า
📶 Pocket WiFi - แชร์ได้ 2-5 เครื่อง ราคา 400-800 บาท (5-7 วัน) แต่ต้องชาร์จทุกคืนและพกติดตัว ผมเคยลืมที่โรงแรมเลยต้องกลับไปเอา 555
7. การเดินทาง
การเดินทางในเกาหลีสะดวกมากครับ มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีเยี่ยม ตรงเวลา
🚇 รถไฟใต้ดิน (แนะนำ!) - ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวดเร็ว ราคา 1,400-2,500 วอน (38-70 บาท) ต้องมี T-money Cardราคา 4,000 วอน ซื้อได้ที่สถานีหรือร้าน GS25, CU แตะเข้า-ออก ได้ส่วนลด 100 วอนด้วย
🚌 รถบัส - ราคา 1,500-2,500 วอน ใช้ T-money ได้ ได้เห็นวิวเมือง แต่อาจติดรถในช่วงเร่งด่วน
🚕 Taxi - ปกติ 4,800 วอน, Deluxe (ดำ) 7,000 วอน แนะนำใช้แอพ Kakao T ดูราคาก่อน จ่ายผ่านแอพได้
🚄 KTX - รถไฟด่วนไปต่างเมือง โซล-ปูซาน 2.5 ชม. (56,000 วอน) จองที่ letskorail.com
ใช้บัตร WowPass แทนเงินสด — เติมเงินได้ที่ตู้ ATM ทั่วเกาหลี ใช้กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และร้านค้าหลายพันแห่ง อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าแลกเงินสด
สั่งซื้อ WowPass บน KKday →ใช้บัตร WowPass แทนเงินสด — เติมเงินได้ที่ตู้ ATM ทั่วเกาหลี ใช้กับรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และร้านค้าหลายพันแห่ง อัตราแลกเปลี่ยนดีกว่าแลกเงินสด
สั่งซื้อ WowPass บน KKday →8. อากาศและเสื้อผ้า
ฤดูใบไม้ผลิ/ร่วง: เสื้อกันหนาวบาง ผ้าพันคอ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
ฤดูร้อน: เสื้อยืดบาง กางเกงขาสั้น หมวก ครีมกันแดด เสื้อกันหนาวบาง 1 ตัว (สำหรับห้างแอร์แรง)
ฤดูหนาว: เสื้อกันหนาวหนา Heat Tech ถุงมือ หมวกไหมพรม ผ้าพันคอหนา รองเท้าบูท Heat packs (ซื้อที่ GS25, CU)
ทุกฤดู: ปลั๊ก Type C/F, Power bank, ร่มพับ
9. ภาษาเกาหลีพื้นฐาน
ทักทาย: - 안녕하세요 (อัน-นย็อง-ฮา-เซ-โย) = สวัสดี - 감사합니다 (คัม-ซา-ฮัม-นิ-ดา) = ขอบคุณ - 죄송합니다 (เช-ซง-ฮัม-นิ-ดา) = ขอโทษ
ร้านอาหาร: - 이거 주세요 (อี-กอ จู-เซ-โย) = ขออันนี้ - 물 주세요 (มุล จู-เซ-โย) = ขอน้ำ - 계산해 주세요 (คเย-ซัน-แฮ จู-เซ-โย) = เช็คบิล - 맛있어요 (มา-ชิ-ซอ-โย) = อร่อย
คำถาม: - 얼마예요? (ออล-มา-เย-โย) = เท่าไหร่? - 화장실 어디예요? (ฮวา-จัง-ชิล ออ-ดี-เย-โย) = ห้องน้ำอยู่ไหน?
10. แอปที่ต้องมี
📱 Top 5: 1. Kakao Map - แม่นกว่า Google Maps บอกเส้นทาง ค้นหาร้าน มีรีวิวเยอะ 2. Papago - แปลภาษาดีกว่า Google Translate ถ่ายรูปแปลได้ 3. Kakao T - เรียกแท็กซี่ ดูราคาก่อน จ่ายผ่านแอพ 4. Subway Korea - แผนที่รถไฟใต้ดิน ใช้ offline ได้ 5. Klook - จองทัวร์/ตั๋ว ถูกกว่าหน้างาน
เสริม: Naver Map, Google Translate, KakaoTalk, MangoPlate
11. วัฒนธรรมและมารยาท
ควรทำ: - ✅ โค้งศีรษะทักทาย - ✅ รับ-ส่งของสองมือ - ✅ ถอดรองเท้าเข้าบ้าน/ร้านพื้น - ✅ รอผู้ใหญ่กินก่อน
ไม่ควร: - ❌ เสียบช้อนตั้งกลางชาม (เหมือนสักการะผี) - ❌ ชูชามข้าวกิน - ❌ สูบบุหรี่นอกโซน (ปรับ 100,000 วอน) - ❌ กินในรถไฟใต้ดิน (ปรับ 100,000 วอน)
ทิป: ไม่ต้องให้! 🎉
12. อาหารที่ต้องลอง
🍖 BBQ: Samgyeopsal, Galbi, Bulgogi 🍲 ซุป: Kimchi Jjigae, Samgyetang, Sundubu 🍚 ข้าว: Bibimbap, Kimbap 🍜 บะหมี่: Jjajangmyeon, Naengmyeon 🍗 ไก่ทอด: Korean Fried Chicken + Beer (Chimaek) 🍧 ของหวาน: Bingsu, Bungeoppang
สั่ง: กดปุ่ม 호출 หรือพูด "저기요!" ชี้เมนู + "이거 주세요"
13. ของฝาก
💄 K-Beauty: Sheet Mask, Cushion, Lip Tint (ซื้อ Olive Young, LOHB'S) 🍪 ขนม: Honey Butter Almond, Shin Ramyun, Pepero ☕ เครื่องดื่ม: Banana Milk, Coffee Mix 🎁 อื่นๆ: Korean Ginseng, BT21, K-Pop Albums, ถุงเท้า
Tax Refund: ซื้อ 30,000+ วอน คืน 10% ที่สนามบิน
14. เบอร์ฉุกเฉิน
- 119 - ดับเพลิง/พยาบาล
- 112 - ตำรวจ
- 1330 - Korea Travel Hotline (มีล่ามไทย 24 ชม.)
- สถานทูตไทย: +82-2-795-3098
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
- Seoul vs Busan: เลือกเมืองไหนดีสำหรับมือใหม่
- เกาะเชจู: คู่มือเที่ยวสวรรค์แห่งเกาหลีใต้
- 10 สิ่งที่คนไทยเข้าใจผิดเกี่ยวกับเกาหลี
15. Checklist
3 เดือนก่อน: จองตั๋ว ที่พัก ประกัน 1 เดือนก่อน: สมัคร K-ETA, จอง SIM, ดาวน์โหลดแอพ 1 สัปดาห์ก่อน: แลกเงิน แพ็คกระเป๋า เตรียมเอกสาร วันเดินทาง: เช็คเอกสาร ชาร์จอุปกรณ์ ถึงสนามบินก่อน 3 ชม.
สรุป
เกาหลีถือว่าเป็นประเทศที่เที่ยวค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะในกรุงโซล เดินทางสะดวก อาหารอร่อย ที่เที่ยวเยอะ ถ้าอยากไปเกาหลีซักครั้ง เตรียมตัวตาม Checklist ก็พร้อมไปแล้ว!
즐거운 여행 되세요! ✈️🇰🇷
อัปเดต: มกราคม 2026
OYEON - Korea Travel Influencer | 20+ ทริป
📱 IG : @oyeonoppa | 🌐 oyeon.me