อันนยองฮาเซโย ทุกคนเคยยืนงงหน้าตู้แลกเงินที่สนามบินอินชอน แล้วคิดในใจว่า "เรทนี้มันโหดไปไหม" กันไหมครับ หรือบางคนแลกเงินมาเป็นฟ่อนตั้งแต่ที่ไทย พอไปถึงเกาหลีจริงกลับใช้เงินสดไม่หมด เพราะจ่ายบัตรได้เกือบทุกที่

เรื่องเงินคือสิ่งที่คนไปเกาหลีครั้งแรกถามผมบ่อยที่สุด และเป็นเรื่องที่พลาดแล้วเสียเงินฟรีจริงๆ ไม่ใช่หลักสิบแต่หลักพันวอนต่อทริป

บทความนี้ผมรวมทุกอย่างเรื่องเงินไว้ที่เดียว — แลกที่ไหนได้เรทดีที่สุด พกเงินสดเท่าไหร่ถึงพอ บัตรไทยใช้ได้แค่ไหน บัตรนักท่องเที่ยวเลือกใบไหน และกับดักค่าธรรมเนียมที่คนไทยโดนกันเยอะที่สุดโดยไม่รู้ตัว

สรุปก่อน: สูตรที่ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่

ถ้าไม่อยากอ่านยาว จำสูตรนี้ไปใช้ได้เลย

  1. แลกเงินบาทเป็นวอนที่ไทยก่อนบิน เอาไปประมาณ ₩100,000-150,000 ต่อคน สำหรับทริป 4-5 วัน
  2. พกบัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศไป 2 ใบ คนละธนาคาร เผื่อใบนึงมีปัญหา
  3. ทำบัตรขนส่งใบนึง ไม่ว่าจะ T-money, WOWPASS หรือ NAMANE
  4. เวลารูดบัตร ให้เลือกจ่ายเป็นวอน (KRW) เสมอ ห้ามเลือกบาท เด็ดขาด
  5. ที่สนามบินแลกแค่พอขึ้นรถเข้าเมือง ที่เหลือค่อยจัดการในเมือง

ข้อ 4 คือข้อที่คนพลาดเยอะที่สุดและเสียเงินมากที่สุด เดี๋ยวผมอธิบายละเอียดข้างล่าง

เข้าใจก่อน: เกาหลีเกือบไร้เงินสด แต่ยังไม่ 100%

เกาหลีเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้บัตรมากที่สุดในโลก ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ ห้าง ร้านอาหารเชนใหญ่ รับบัตรหมด บางร้านถึงขั้นไม่รับเงินสดเลยด้วยซ้ำ

แต่มีจุดที่ยังต้องใช้เงินสดจริงๆ อยู่

  • ตลาดดั้งเดิม เช่น ตลาดควังจัง (광장시장) ตลาดนัมแดมุน (남대문시장) แม่ค้าส่วนใหญ่รับแต่เงินสด
  • รถเข็น street food ตามฮงแด (홍대) มยองดง (명동) ทงแดมุน (동대문)
  • ร้านเล็กในซอย ร้านครอบครัวที่ใช้เครื่องรูดบัตรรุ่นเก่า มักรับแต่บัตรเกาหลี ไม่รับบัตรต่างประเทศ
  • แท็กซี่คันเก่า โดยเฉพาะนอกโซล
  • ตู้หยอดเหรียญ ตู้เกม ตู้ถ่ายสติกเกอร์ ล็อกเกอร์บางแบบ

เพราะฉะนั้นคำตอบไม่ใช่ "พกเงินสดเยอะๆ" หรือ "ไม่ต้องพกเลย" แต่คือพกให้พอดี แล้วใช้บัตรเป็นหลัก

แลกเงินที่ไหนได้เรทดีที่สุด

ผมเรียงจากเรทดีที่สุดไปแย่ที่สุดให้แล้ว

1. ร้านแลกเงินในไทย — ดีที่สุดสำหรับคนไทย

เงินบาทกับเงินวอนเป็นคู่เงินที่ร้านแลกเงินในไทยซื้อขายกันเป็นปกติ สเปรดเลยแคบ ร้านแลกเงินย่านที่มีการแข่งขันสูงมักให้เรทดีกว่าธนาคารทั่วไปพอสมควร

ทำไมถึงดีกว่าแลกที่เกาหลี — เพราะที่เกาหลี เงินบาทถือเป็นสกุลรอง ร้านแลกเงินไม่ได้เจอบ่อยเท่าดอลลาร์หรือเยน เลยตั้งสเปรดกว้างกว่าเพื่อกันความเสี่ยง เอาเงินบาทไปแลกเป็นวอนที่เกาหลีจึงมักได้เรทสู้ที่ไทยไม่ได้

⏰ เช็กเรทล่วงหน้าได้จากเว็บหรือแอปของร้านแลกเงิน แล้วค่อยไปแลกวันที่เรทเข้าทาง ไม่ต้องรีบแลกวันเดียวก่อนบิน

2. ร้านแลกเงินย่านมยองดง — ดีที่สุดในเกาหลี

ถ้าแลกจากไทยมาไม่พอ หรืออยากแลกเพิ่มระหว่างทริป ย่านมยองดง (명동) คือที่ที่เรทดีที่สุดในโซล เพราะร้านเยอะและแข่งกันดุ โดยทั่วไปเรทดีกว่าธนาคารราว 2-3%

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนไป

  • ร้านส่วนใหญ่ไม่คิดค่าธรรมเนียมแยก กำไรอยู่ในเรทแล้ว เรทที่เห็นคือเรทที่ได้จริง
  • เรทบนป้ายของแต่ละร้านไม่เท่ากัน เดินเทียบ 2-3 ร้านก่อนตัดสินใจ ห่างกันไม่กี่สิบเมตร
  • ⏰ ไปวันธรรมดาก่อน 17:00 น. เรทนิ่งกว่า หลังตลาดปิดหรือช่วงสุดสัปดาห์ร้านมักตั้งเรทป้องกันความเสี่ยงไว้
  • ดอลลาร์ได้เรทดีที่สุด ถ้ามีดอลลาร์เก่าเก็บอยู่ เอามาแลกที่นี่คุ้มกว่าเงินบาท

3. ตู้ WOW Exchange — สะดวกที่สุด เรทกลางๆ

ตู้ WOW Exchange ที่ใช้ทำบัตร WOWPASS รับเงินสดต่างประเทศ 16 สกุล แล้วเติมเป็นวอนเข้าบัตรให้ทันที เรทอยู่ระหว่างสนามบินกับมยองดง คือไม่ดีที่สุดแต่ก็ไม่แย่ และไม่ต้องเดินหาร้าน เพราะมีตู้กระจายอยู่ทั่วสถานีรถไฟฟ้าและห้าง

ข้อควรรู้: เงินที่แลกเข้าไปจะอยู่ในกระเป๋าช้อปปิ้ง ไม่ใช่กระเป๋าขนส่ง ต้องโอนข้ามเองถ้าจะใช้ขึ้นรถไฟฟ้า

💰 ถ้าจะเอาเงินบาทไปแลกที่ตู้ ให้เช็กหน้าจอตู้หรือในแอปก่อนว่ารอบนั้นรับเงินบาทไหมและรับแบงก์ราคาไหนบ้าง เพราะแต่ละสกุลตู้รับแบงก์ไม่เหมือนกัน แบงก์ย่อยบางใบตู้ไม่กิน

4. ธนาคารในเกาหลี — เรทกลาง แต่ยุ่ง

ธนาคารอย่าง KEB Hana, Woori, Shinhan แลกได้ เรทพอใช้ แต่ต้องใช้พาสปอร์ต กรอกเอกสาร และเปิดตามเวลาทำการธนาคาร (ปกติ 09:00-16:00 จันทร์-ศุกร์) สำหรับนักท่องเที่ยวถือว่าไม่คุ้มเวลา

5. เคาน์เตอร์สนามบินอินชอน — แย่ที่สุด

เรทที่สนามบินแย่ที่สุดในทุกตัวเลือก เพราะเขารู้ว่าคนที่มาแลกตรงนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

แต่ยังควรแลกนิดหน่อย — ประมาณ ₩30,000-50,000 ก็พอ ไว้ใช้เติมบัตรขนส่ง ซื้อน้ำ หรือเผื่อกรณีบัตรมีปัญหาตอนเพิ่งถึง อย่าแลกก้อนใหญ่ตรงนี้เด็ดขาด

จุดแลกเรทความสะดวกเหมาะกับ
ร้านแลกเงินในไทยดีที่สุดต้องไปก่อนบินเงินก้อนหลัก
มยองดงดีมากต้องเดินหาแลกเพิ่มระหว่างทริป
ตู้ WOW Exchangeกลางสะดวกมากคนใช้ WOWPASS
ธนาคารเกาหลีกลางยุ่ง เวลาจำกัดกรณีจำเป็น
เคาน์เตอร์สนามบินแย่ที่สุดสะดวกที่สุดแลกฉุกเฉินก้อนเล็ก

พกเงินสดเท่าไหร่ถึงพอ

ตัวเลขนี้อิงจากรูปแบบการเที่ยว ไม่ใช่จำนวนวันอย่างเดียว

แนวการเที่ยวเงินสดต่อคน
เที่ยวห้าง คาเฟ่ ร้านเชน เป็นหลัก₩50,000-100,000
เข้าตลาด กิน street food บ่อย₩150,000-200,000
ไปต่างจังหวัด เมืองเล็กเพิ่มอีก ₩50,000

ถ้าใช้หมดก่อนกลับก็ไม่ต้องกังวล ถอนเพิ่มจากตู้ ATM หรือแลกเพิ่มที่มยองดงได้ตลอด ดีกว่าพกเงินสดเกินจำเป็นแล้วเหลือกลับมาแลกคืนเป็นบาท ซึ่งจะโดนสเปรดสองต่อ

บัตรไทยใช้ที่เกาหลีได้แค่ไหน

ใช้ได้ครับ แต่มีเงื่อนไข

ที่ใช้ได้แน่นอน — ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ Starbucks, Olive Young, ร้านอาหารเชนใหญ่, โรงแรม, ร้านค้าในย่านท่องเที่ยว

ที่อาจโดนปฏิเสธ — ร้านเล็กในย่านที่คนเกาหลีอยู่จริง เครื่องรูดบัตรบางรุ่นผูกกับระบบในประเทศเท่านั้น อ่านบัตรต่างประเทศไม่ได้ ไม่ใช่ร้านไม่รับ แต่เครื่องอ่านไม่ออก

แอปที่คนไทยมักใช้ไม่ได้ — แอปสั่งอาหารเดลิเวอรี่เกาหลีส่วนใหญ่ต้องผูกกับบัตรและเบอร์เกาหลี บัตรต่างประเทศสมัครไม่ผ่าน

ส่วนแท็กซี่ เรียกผ่านแอป Kakao T แล้วเลือกจ่ายกับคนขับด้วยบัตร contactless ต่างประเทศได้ สะดวกกว่าโบกข้างทางเยอะ

กับดักที่คนไทยเสียเงินฟรีมากที่สุด: DCC

อันนี้สำคัญที่สุดในบทความ และเป็นเรื่องที่แทบไม่มีใครเตือน

เวลารูดบัตรไทยที่เกาหลี เครื่องจะถามว่าจะให้คิดเงินเป็น วอน (KRW) หรือ บาท (THB) บางทีก็ขึ้นเป็นปุ่มบนเครื่อง บางทีพนักงานถามเอง

หลายคนเลือกบาท เพราะรู้สึกว่าเห็นตัวเลขคุ้นตาแล้วสบายใจกว่า

อย่าเลือกบาทเด็ดขาดครับ

ระบบนี้เรียกว่า Dynamic Currency Conversion (DCC) ถ้าเลือกบาท คนที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนจะกลายเป็นผู้ให้บริการเครื่องรูดบัตรฝั่งเกาหลี ไม่ใช่ Visa/Mastercard และเขาจะบวกส่วนต่างเข้าไปเองแบบที่เราไม่เห็น ปกติอยู่ราว 3-7% ซึ่งแพงกว่าค่าธรรมเนียมแปลงสกุลของธนาคารไทยที่คิดราว 2-2.5% อยู่มาก

เลือก KRW เสมอ แล้วปล่อยให้ Visa/Mastercard กับธนาคารเราจัดการเรทให้ ประหยัดกว่าชัดเจน

ถ้าเผลอกดบาทไปแล้วและยังไม่เซ็นสลิป บอกพนักงานให้ยกเลิกแล้วรูดใหม่ได้ครับ

💳
อ่านต่อ · วางแผนงบ

อยากรู้ว่าทริปเกาหลี 5 วันต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ ผมแยกค่าใช้จ่ายจริงทุกหมวดไว้ให้แล้ว

ดูค่าใช้จ่ายเที่ยวเกาหลี 5 วัน →

บัตรนักท่องเที่ยว 3 ใบ เลือกใบไหนดี

เกาหลีมีบัตรสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ 3 ใบหลัก คนมักสับสนว่าต่างกันยังไง สรุปสั้นๆ คือ

T-moneyWOWPASSNAMANE
ขึ้นรถไฟฟ้า/รถเมล์
จ่ายเงินตามร้านจำกัด✅ กว้าง
แลกเงินสดเข้าบัตร
ถอนเงินสด ATM
ออกแบบลายเองได้
หาซื้อง่ายง่ายที่สุดปานกลางต้องหาตู้

เลือกยังไง

  • อยากได้ของง่ายที่สุด ใช้ขึ้นรถเป็นหลัก → T-money ซื้อได้ทุกร้านสะดวกซื้อ
  • อยากได้ใบเดียวจบ ทั้งขึ้นรถ จ่ายของ แลกเงิน ถอนเงิน → WOWPASS
  • อยากได้บัตรลายที่ชอบเก็บเป็นที่ระลึกด้วย → NAMANE

ไม่จำเป็นต้องมีครบ 3 ใบ เลือกใบที่ตรงกับสไตล์ทริปพอ

🚇
อ่านต่อ · บัตรขนส่ง

เจาะลึกทีละใบ ทั้งวิธีซื้อ วิธีเติม ค่าธรรมเนียม และการคืนเงิน

คู่มือ T-money →

💰
อ่านต่อ · บัตรจ่ายเงิน

WOWPASS ทำบัตรยังไง เติมเงินยังไง คืนเงินที่เหลือยังไง ผมเขียนไว้ละเอียด

คู่มือ WOWPASS →

🎨
อ่านต่อ · บัตรลายเอง

NAMANE Card ออกแบบลายเองได้ ทำที่ตู้ไหน ขั้นตอนยังไง

คู่มือ NAMANE Card →

ถอนเงินสดที่เกาหลี

ถ้าเงินสดหมดกลางทริป ถอนจากตู้ ATM ได้ แต่ต้องหาตู้ที่รับบัตรต่างประเทศ

วิธีดูว่าตู้ไหนใช้ได้ — มองหาคำว่า Global หรือโลโก้ Visa/Mastercard/PLUS/Cirrus บนตัวตู้ ตู้ในร้านสะดวกซื้อ (GS25, CU) และตู้ตามสถานีใหญ่มักรองรับ ส่วนตู้ของธนาคารเกาหลีล้วนๆ บางตู้รับแต่บัตรในประเทศ

ค่าธรรมเนียมที่โดน มี 2 ต่อ

  1. ค่าธรรมเนียมของตู้ฝั่งเกาหลี ต่อครั้ง
  2. ค่าธรรมเนียมถอนเงินต่างประเทศของธนาคารไทย บวกส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนอีกราว 2-3%

แต่ละธนาคารไทยคิดไม่เท่ากัน เช็กกับธนาคารตัวเองก่อนบินจะดีที่สุด และเพราะค่าธรรมเนียมคิดต่อครั้ง ถอนครั้งเดียวก้อนใหญ่คุ้มกว่าถอนย่อยหลายครั้ง

⚠️ ตอนถอน ตู้จะถามเรื่อง DCC เหมือนตอนรูดบัตร ให้เลือก KRW เหมือนเดิม

เงินวอนที่เหลือตอนกลับ ทำยังไงดี

ตัวเลือกที่คุ้มเรียงจากดีไปหาแย่

  1. ใช้ให้หมด ซื้อของฝากที่ร้านสะดวกซื้อสนามบิน หรือเติมเข้าบัตรขนส่งไว้ใช้ทริปหน้า
  2. เก็บไว้ทริปหน้า ถ้ามีแผนกลับมาอีกใน 1-2 ปี เก็บแบงก์ไว้คุ้มกว่าแลกกลับไปกลับมา
  3. หยอดตู้บริจาคที่สนามบิน สำหรับเศษเหรียญที่แลกกลับไม่ได้อยู่แล้ว
  4. แลกกลับเป็นบาท ทางเลือกสุดท้าย เพราะโดนสเปรดรอบสอง

💰 เหรียญวอนแลกกลับเป็นบาทแทบไม่มีที่ไหนรับ พยายามใช้เหรียญให้หมดก่อนกลับ วิธีง่ายสุดคือเอาไปเติมเข้าบัตร T-money ที่เครื่องในสถานี

ส่วนคนที่ช้อปเยอะ อย่าลืมขอคืนภาษีก่อนกลับด้วย ได้เงินคืนราว 5-8% ของราคาสินค้า

🧾
อ่านต่อ · คืนภาษี

ซื้อของเกิน ₩15,000 ต่อใบเสร็จ ขอคืนภาษีได้ ผมสรุปขั้นตอนที่สนามบินอินชอนไว้ครบ

คู่มือคืนภาษีเกาหลี →

Checklist ก่อนบิน

  • [ ] แลกเงินวอนที่ไทย ₩100,000-150,000 ต่อคน
  • [ ] แจ้งธนาคารว่าจะใช้บัตรที่ต่างประเทศ (บางธนาคารต้องเปิดสิทธิ์ก่อน)
  • [ ] เช็กว่าบัตรเดบิต/เครดิตเปิดใช้ต่างประเทศแล้ว
  • [ ] พกบัตรสำรองอีกใบ คนละธนาคาร แยกเก็บคนละที่กับใบหลัก
  • [ ] เช็กค่าธรรมเนียมถอน ATM ต่างประเทศของธนาคารตัวเอง
  • [ ] จำไว้ว่ารูดบัตรต้องเลือก KRW เท่านั้น
  • [ ] เตรียมแบงก์ย่อยไว้บ้าง สำหรับตลาดและรถเข็น

คำถามที่ถามบ่อย

ถาม: ไปเกาหลีต้องพกเงินสดเท่าไหร่

ตอบ: ₩50,000-100,000 ต่อคนสำหรับคนที่เที่ยวห้างและร้านเชนเป็นหลัก ถ้าเข้าตลาดกับกิน street food บ่อยให้เพิ่มเป็น ₩150,000-200,000

ถาม: แลกเงินที่ไทยหรือที่เกาหลีดีกว่ากัน

ตอบ: สำหรับคนไทย แลกที่ไทยดีกว่าครับ เพราะเงินบาทเป็นสกุลรองในเกาหลี ร้านที่นั่นตั้งสเปรดกว้างกว่า

ถาม: ไม่แลกเงินเลย ใช้บัตรอย่างเดียวได้ไหม

ตอบ: เที่ยวแบบห้างกับร้านเชนอย่างเดียวก็พอไหว แต่ผมไม่แนะนำ เพราะตลาด รถเข็น และร้านเล็กยังต้องใช้เงินสด และถ้าบัตรมีปัญหากลางทางจะลำบากมาก

ถาม: บัตรเครดิตไทยรูดที่เกาหลีเสียค่าธรรมเนียมไหม

ตอบ: เสียครับ ค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินราว 2-2.5% แล้วแต่ธนาคาร แต่ยังถูกกว่าเลือกจ่ายเป็นบาทผ่านระบบ DCC ที่บวก 3-7%

ถาม: เอาเงินบาทไปแลกที่เกาหลีได้ไหม

ตอบ: ได้ครับ ร้านแลกเงินย่านมยองดงและตู้แลกเงินหลายจุดรับเงินบาท แต่เรทมักสู้ที่ไทยไม่ได้ และแต่ละที่รับแบงก์ไม่เหมือนกัน ควรเช็กหน้างานก่อน

ถาม: WOWPASS กับ T-money ต้องมีทั้งคู่ไหม

ตอบ: ไม่ต้องครับ WOWPASS มีฟังก์ชันขนส่งในตัวอยู่แล้ว มีใบเดียวก็พอ

สรุป

เรื่องเงินที่เกาหลีจำแค่ 3 อย่างก็เอาอยู่แล้ว

หนึ่ง แลกเงินก้อนหลักจากไทย ที่สนามบินแลกแค่พอขึ้นรถเข้าเมือง สอง ใช้บัตรเป็นหลัก พกเงินสดไว้สำหรับตลาดกับรถเข็น สาม รูดบัตรทีไรเลือก KRW ทุกครั้ง

ข้อสุดท้ายนี่แหละที่คนพลาดกันเยอะที่สุด ทริปนึงรูดบัตรหลายครั้ง ถ้าเผลอกดบาททุกครั้ง เงินที่หายไปเอาไปกินหมูย่างได้อีกหลายมื้อเลยครับ

ทุกคนละ เคยเจอเรื่องเงินที่เกาหลีแบบไหนกันบ้างครับ เคยโดนเรทแปลกๆ หรือบัตรใช้ไม่ได้กลางทางไหม เที่ยวเกาหลีกันได้ทุกวัน แค่กดติดตาม "เกาหลี Everyday" ไว้ เรามีบทความอัปเดตแบบอินไซต์มาเสิร์ฟให้คุณไม่เว้นวันครับ

좋은 여행 되세요!

🗺️
แจกฟรี · เส้นทางเที่ยว

เที่ยวโซล 3 วันแบบไม่ต้องวางแผนเอง — เส้นทางจริงจาก OYEON พร้อมเวลา ราคา และลิงก์ Naver Map ทุกจุด

ดาวน์โหลดฟรี →