อันนยองฮาเซโย ทุกคนเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเกาะเชจู (제주도) ถึงเป็นที่เที่ยวอันดับต้นๆ ของคนเกาหลีเอง ทั้งที่เขาก็มีทะเลฝั่งปูซานอยู่แล้ว คำตอบสั้นๆ คือ เชจูไม่ใช่แค่ "ทะเล" แต่เป็นเกาะภูเขาไฟกลางทะเลที่มีทั้งภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ น้ำตกที่ไหลลงทะเลตรงๆ ทุ่งชาเขียว และวัฒนธรรมแฮนยอที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนไว้ — ทั้งหมดนี้อยู่บนเกาะเดียวที่บินจากโซลแค่ชั่วโมงเดียว
แต่เชจูก็เป็นที่ที่คนไทย "วางแผนพลาด" บ่อยที่สุดเหมือนกัน เพราะหลายคนคิดว่าเที่ยวแบบโซลได้ คือนั่งรถไฟใต้ดินไปไหนก็ได้ — เชจูไม่มีรถไฟครับ สถานที่แต่ละจุดห่างกันหลักสิบกิโลเมตร ถ้าไม่วางแผนเรื่องการเดินทางก่อน ทริปจะเสียเวลาไปกับการรอรถบัสเกินครึ่งวัน บทความนี้ผมจะเล่าตั้งแต่วิธีไป การเดินทางบนเกาะ การแบ่งโซนเที่ยว ไปจนถึงจุดที่คนไทยมักพลาด
สรุปก่อนวางแผน: เชจูเหมาะกับทริป 3-4 วัน บินจากโซล (สนามบินกิมโป) ราว 1 ชั่วโมง วิธีเที่ยวที่คุ้มเวลาที่สุดคือเช่ารถ (ต้องมีใบขับขี่สากล IDP) ถ้าขับรถไม่ได้ให้เที่ยวแบบ "เลือกโซน" วันละ 1 โซนด้วยรถบัส + แท็กซี่ อย่าพยายามวนรอบเกาะในวันเดียว และเผื่อใจเรื่องไฟลท์ดีเลย์เพราะลมแรงไว้ด้วย
เกาะเชจูคือที่ไหน ทำไมคนเกาหลีถึงรักเกาะนี้
เชจูเป็นเกาะภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ อยู่ทางใต้ของคาบสมุทร กลางเกาะคือ ฮัลลาซาน (한라산) ภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ (1,947 เมตร) ทั้งเกาะจึงเต็มไปด้วยภูมิประเทศจากลาวา ทั้งเนินภูเขาไฟลูกเล็กๆ ที่เรียกว่า โอรึม (오름) ถ้ำลาวา และชายฝั่งหินสีดำ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี 2007
คนเกาหลีเรียกเชจูว่า 삼다도 (ซัมดาโด) — เกาะที่มี 3 อย่างเยอะ คือ ลม หิน และผู้หญิง ข้อสุดท้ายหมายถึง แฮนยอ (해녀) หญิงนักดำน้ำที่ดำลงไปเก็บหอยเป๋าฮื้อและเม่นทะเลด้วยตัวเปล่าไม่ใช้ถังออกซิเจน เป็นวัฒนธรรมที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาไว้ในปี 2016 ส่วน "ลมเยอะ" ไม่ใช่คำเปรียบเปรย — ลมเชจูแรงจริงและเป็นตัวการทำไฟลท์ดีเลย์บ่อยที่สุดของเกาะ เก็บไว้ในใจตอนวางแผนขากลับ
ไปเชจูยังไงจากไทย
เส้นทางหลักของคนไทยคือ บินเข้าโซลก่อน แล้วต่อไฟลท์ภายในประเทศจากสนามบินกิมโป (Gimpo/GMP) ไปเชจู ใช้เวลาบินราว 1 ชั่วโมง เส้นกิมโป-เชจูเป็นเส้นทางบินที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก ไฟลท์มีแทบทุก 15-30 นาทีตั้งแต่เช้ายันค่ำ สายการบิน Low Cost อย่าง Jeju Air, Jin Air, T'way ราคาเที่ยวเดียวเริ่มราว ₩30,000-80,000 ถ้าจองล่วงหน้าและเลี่ยงวันหยุดเกาหลีจะได้ราคาฝั่งต่ำ
ระวังจุดนี้: ไฟลท์จากไทยลงที่ อินชอน (ICN) แต่ไฟลท์ในประเทศไปเชจูส่วนใหญ่ออกจาก กิมโป (GMP) คนละสนามบินกัน ต้องนั่งรถไฟ AREX หรือรถบัสข้ามไปราว 40 นาที-1 ชั่วโมง เวลาต่อไฟลท์อย่าจองชิดกันเกินไป เผื่ออย่างน้อย 4-5 ชั่วโมง ขั้นตอนหลังลงเครื่องที่อินชอนผมเขียนละเอียดไว้ใน คู่มือสนามบินอินชอน
ส่วนเที่ยวบินตรงจากไทยเข้าเชจูมีเปิดเป็นช่วงๆ ไม่สม่ำเสมอ ถ้าเจอไฟลท์ตรงในช่วงที่จะไปถือว่าโชคดี เพราะการบินตรงเข้าเชจูโดยไม่ผ่านแผ่นดินใหญ่มีเงื่อนไขพิเศษคือเข้าเกาะได้แบบไม่ต้องขอ K-ETA (นโยบายเขตปลอดวีซ่าเฉพาะเชจู) แต่ถ้าเข้าทางโซลตามปกติ ต้องมี K-ETA ตามเงื่อนไขปกติครับ
เปรียบราคาไฟลท์กิมโป-เชจูและโรงแรมได้ที่ Trip.com — จองไฟลท์ในประเทศเกาหลีผ่านแอปเดียวจบ
เช็กราคาบน Trip.com →การเดินทางบนเกาะ — คำถามใหญ่ที่สุด: ต้องเช่ารถไหม?
ตอบตรงๆ: ถ้าขับรถได้ ให้เช่ารถ เพราะเชจูไม่มีรถไฟและรถไฟใต้ดิน สถานที่เที่ยวกระจายอยู่รอบเกาะซึ่งขับรถรอบหนึ่งก็ราว 180 กม. รถบัสมีครอบคลุมแต่ความถี่ห่าง บางจุดต้องต่อรถ 2 ทอด สิ่งที่ต้องเตรียมคือ ใบขับขี่ไทยตัวจริง + ใบขับขี่สากล (IDP แบบอนุสัญญา 1949) ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งบริษัทรถจะไม่ปล่อยรถให้ครับ กฎจราจรขับฝั่งขวา พวงมาลัยซ้าย และกล้องจับความเร็วเยอะมาก ตั้ง GPS แล้วขับตามความเร็วที่กำหนดพอดีๆ
ถ้าขับรถไม่ได้ ทางเลือกเรียงตามความสะดวก:
- รถบัส: ใช้ T-money แตะขึ้นได้เหมือนโซล สายหลักคือบัสด่วน (급행) หมายเลข 100 กว่าๆ วิ่งเลียบชายฝั่งตะวันออก-ตะวันตก และบัส Airport Limousine 600 ลงใต้ไปย่านจุงมุน-ซอกวิโพ เช็กเส้นทางด้วย Naver Map ได้แม่นสุด
- แท็กซี่/Kakao T: เรียกผ่านแอป Kakao T ได้ทั้งเกาะ เหมาะกับช่วงต่อจุดสั้นๆ ที่บัสไม่ถึง บางคนใช้วิธีเหมาแท็กซี่รายวันซึ่งมีบริการสำหรับนักท่องเที่ยว ราคาต่อวันหลักแสนวอน หารกัน 3-4 คนแล้วถือว่าคุ้มเวลา
- บัสทัวร์รายวัน: มีทัวร์ one day trip แบบมีคนขับพาวนตามจุดดังฝั่งตะวันออกหรือตะวันตก จองผ่านแพลตฟอร์มจองกิจกรรมได้ เหมาะกับคนไปคนเดียว
แบ่งโซนเที่ยว — หัวใจของการวางแผนเชจู
ความผิดพลาดคลาสสิกคือจัดแผนแบบ "เช้าฝั่งตะวันออก บ่ายฝั่งตะวันตก" ซึ่งเสียเวลาบนถนนเป็นชั่วโมงๆ หลักที่ถูกคือ วันละ 1 โซน โดยแบ่งเกาะเป็น 4 โซนแบบนี้
| โซน | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| เมืองเชจู (제주시) — เหนือ | สนามบิน ตลาดทงมุน ถนนหมูดำ | คืนแรก/คืนสุดท้าย |
| ตะวันออก | ซองซานอิลชุลบง เกาะอูโด หาดวอลจองรี | ไฮไลท์ธรรมชาติ + คาเฟ่ |
| ใต้ (ซอกวิโพ 서귀포) | น้ำตก 3 แห่ง ย่านจุงมุน ตลาดโอลเล | สายน้ำตก + รีสอร์ต |
| ตะวันตก | หาดฮยอบแช ไร่ชา O'sulloc คาเฟ่พระอาทิตย์ตก | สายชิล ถ่ายรูป |
ฝั่งตะวันออก — โซนที่ห้ามตัดทิ้ง
- ซองซานอิลชุลบง (성산일출봉): ปล่องภูเขาไฟริมทะเลรูปมงกุฎ สัญลักษณ์ของเกาะและจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ดังที่สุด เดินขึ้นถึงยอดราว 30 นาที ค่าเข้าราว ₩5,000 ด้านล่างมีโชว์แฮนยอดำน้ำให้ดูช่วงบ่าย (ขึ้นกับสภาพอากาศ)
- เกาะอูโด (우도): เกาะเล็กนอกชายฝั่ง นั่งเรือเฟอร์รีจากท่าซองซานราว 15 นาที ค่าเรือไปกลับราวหมื่นวอน บนเกาะเช่าจักรยานไฟฟ้าหรือรถกอล์ฟวนรอบได้ ของขึ้นชื่อคือไอศกรีมถั่วลิสง ถ้าลมแรงเรืออาจงดวิ่ง เช็กหน้างานก่อนเสมอ
- หาดวอลจองรี (월정리): หาดทรายขาวน้ำฟ้าที่กลายเป็นถนนคาเฟ่ริมทะเล เหมาะแวะพักครึ่งบ่าย
ฝั่งใต้ — ซอกวิโพ เมืองน้ำตก
- น้ำตกชอนจียอน (천지연폭포) เดินง่ายสุด อยู่ใกล้ตลาดโอลเลซอกวิโพ
- น้ำตกจองบัง (정방폭포) จุดขายคือเป็นน้ำตกไม่กี่แห่งในเอเชียที่ไหลลงทะเลโดยตรง
- ย่านจุงมุน (중문): โซนรีสอร์ตใหญ่ มีหาดจุงมุนและชายฝั่งเสาหินบะซอลต์จูซังจอลลี (주상절리) ค่าเข้าน้ำตกแต่ละแห่งราว ₩2,000-3,000
ฝั่งตะวันตก — สายคาเฟ่และพระอาทิตย์ตก
- หาดฮยอบแช (협재): น้ำสีฟ้าใสที่สุดของเกาะ มองเห็นเกาะพียังโดตรงหน้า พระอาทิตย์ตกสวยสุดฝั่งนี้
- O'sulloc Tea Museum: พิพิธภัณฑ์ชาเขียวกลางไร่ชา เข้าฟรี ชาเขียวโรลเค้กกับไอศกรีมมัทฉะคือของที่ทุกคนต่อแถวซื้อ
กลางเกาะ — ฮัลลาซาน สำหรับสายเดินเขา
ขึ้นยอดฮัลลาซานได้ทางเส้น Seongpanak หรือ Gwaneumsa ไปกลับใช้เวลาเต็มวัน (8-9 ชั่วโมง) และ ต้องจองคิวออนไลน์ล่วงหน้า ผ่านระบบจองของอุทยาน ไม่ใช่เดินไปถึงแล้วขึ้นได้เลย ถ้าไม่อยากขึ้นยอด เดินโอรึมลูกเล็กอย่าง Saebyeol Oreum แทนได้ ใช้เวลาชั่วโมงเดียวแต่วิวทุ่งหญ้ากว้างไม่แพ้กัน โดยเฉพาะช่วงปลายตุลาคม-พฤศจิกายนที่ทุ่งหญ้าซุซุกกลายเป็นสีเงินทั้งเนิน
กินอะไรที่เชจู
ของที่ต้องกินให้ได้คือ หมูดำเชจู (흑돼지) หมูพันธุ์พื้นเมืองย่างเตาถ่าน เนื้อหนึบกว่าหมูสามชั้นทั่วไป ถนนหมูดำ (흑돼지거리) อยู่ในเมืองเชจูใกล้ตลาดทงมุน ราคาต่อคนราว ₩20,000-35,000 ตามร้าน รองลงมาคือ โคกีกุกซู (고기국수) ก๋วยเตี๋ยวน้ำซุปกระดูกหมูใส่หมูชิ้นหนา เมนูท้องถิ่นที่หากินที่อื่นยาก โจ๊กเป๋าฮื้อ (전복죽) ที่ใช้เป๋าฮื้อจากแฮนยอ และปลาย่างตัวโต (갈치구이 — ปลาดาบเงินย่าง) ปิดท้ายด้วยของหวานจากส้ม ฮัลลาบง (한라봉) ส้มลูกใหญ่หัวนูนที่กลายเป็นของฝากประจำเกาะ ตอนเย็นแวะ ตลาดทงมุน (동문시장) มีโซน night market ขายของกินเดินชิมได้เป็นชั่วโมง
โซนที่พักแนะนำ: เมืองเชจู (สะดวกใกล้สนามบิน) หรือซอกวิโพ (ใกล้ธรรมชาติฝั่งใต้) เปรียบราคาได้ที่ Trip.com
เปรียบราคาบน Trip.com →ตัวอย่างแผน 3 วัน (แบบไม่รีบ)
- วันที่ 1: ถึงเชจูช่วงสาย รับรถเช่า → ฝั่งตะวันออก: ซองซานอิลชุลบง → หาดวอลจองรี → เย็นกลับเข้าเมือง กินหมูดำ เดินตลาดทงมุน
- วันที่ 2: ฝั่งใต้: น้ำตกชอนจียอน → ตลาดโอลเลซอกวิโพ (มื้อเที่ยง) → จูซังจอลลี → ค้างโซนซอกวิโพหรือกลับเมืองเชจู
- วันที่ 3: ฝั่งตะวันตก: O'sulloc → หาดฮยอบแช → คืนรถ บินกลับไฟลท์เย็น
ถ้ามีวันที่ 4 ค่อยเพิ่มเกาะอูโดหรือฮัลลาซานเข้าไป — สองอันนี้กินเวลาเกือบเต็มวันทั้งคู่ อย่ายัดรวมกับโซนอื่น
ไปเชจูช่วงไหนดี
เชจูเที่ยวได้ทั้งปีแต่หน้าตาต่างกันมาก: มีนาคม-เมษายน ทุ่งดอกยูแช (ดอกคาโนลา) สีเหลืองบานทั้งเกาะและซากุระบานก่อนโซล มิถุนายน ดอกไฮเดรนเยียบานฝั่งใต้ กรกฎาคม-สิงหาคม หน้าทะเลเต็มรูปแบบแต่คนเกาหลีมาพักร้อนกันเยอะ ที่พักแพงสุดของปี ตุลาคม-พฤศจิกายน ทุ่งหญ้าเงินบนโอรึมและใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮัลลาซาน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ดอกดงแบก (คามิลเลีย) สีแดงบานสวนทางอากาศหนาว ภาพรวมเดือนต่อเดือนผมเขียนไว้ใน เที่ยวเกาหลีเดือนไหนดี
สิ่งที่คนไทยมักพลาด
- คิดว่าไม่ต้องเช่ารถก็เที่ยวได้เหมือนโซล ได้ครับแต่ต้องลดจำนวนจุดลงครึ่งหนึ่งและวางแผนรอบรถบัสล่วงหน้า ถ้าเวลามีจำกัดและขับรถได้ เช่ารถคุ้มกว่าชัดเจน
- ลืมทำใบขับขี่สากล (IDP) ทำที่กรมขนส่งฯ ก่อนบิน ใช้เวลาไม่นาน ถ้าไม่มีตัวจริงไปโชว์ที่เคาน์เตอร์ รถที่จองไว้ก็รับไม่ได้
- จัดแผนสลับโซนไปมา ขับข้ามเกาะรอบหนึ่งคือชั่วโมงกว่า จัดวันละโซนเดียวแล้วทริปจะเหลือเวลาเที่ยวจริงมากขึ้นเยอะ
- ไม่เผื่อเวลาไฟลท์ขากลับ ลมแรงทำไฟลท์เชจูดีเลย์หรือยกเลิกได้จริง ถ้ามีไฟลท์อินเตอร์ต่อกลับไทยวันเดียวกัน เผื่อช่องว่างหลายชั่วโมง หรือปลอดภัยสุดคือกลับมาค้างโซลก่อน 1 คืน
- คาดหวังทะเลแบบเมืองไทย น้ำทะเลเชจูใสจริงแต่เย็นกว่าบ้านเรามาก ลงเล่นได้จริงจังแค่ช่วงกลางมิถุนายน-สิงหาคม จุดขายของเกาะคือภูมิประเทศภูเขาไฟกับวัฒนธรรม ไม่ใช่การนอนหาด
สรุป
เชจูคือเกาะที่ "ยิ่งวางแผนดี ยิ่งได้เยอะ" หัวใจมี 3 ข้อ: จองไฟลท์ในประเทศจากกิมโปให้เผื่อเวลาต่อเครื่อง เตรียม IDP ไปเช่ารถ (หรือยอมลดจุดลงถ้าใช้บัส) และจัดแผนวันละโซน อย่าวนเกาะในวันเดียว ทำ 3 อย่างนี้ได้ ทริป 3-4 วันก็เก็บทั้งภูเขาไฟ น้ำตก ทะเล และหมูดำครบโดยไม่ต้องรีบ
ทุกคนละครับ เคยไปเชจูกันหรือยัง หรือกำลังเล็งโซนไหนอยู่ เที่ยวเกาหลีกันได้ทุกวัน แค่กดติดตาม "เกาหลี Everyday" ไว้ เรามีบทความอัปเดตแบบอินไซต์มาเสิร์ฟให้คุณไม่เว้นวันครับ
즐거운 제주 여행 되세요!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เที่ยวเกาะเชจูกี่วันพอ?
เที่ยวเชจูต้องเช่ารถไหม?
ไปเกาะเชจูยังไงจากไทย?
เกาะเชจูไปช่วงไหนสวยที่สุด?
เข้าเชจูต้องมี K-ETA ไหม?
เที่ยวโซล 3 วันแบบไม่ต้องวางแผนเอง — เส้นทางจริงจาก OYEON พร้อมเวลา ราคา และลิงก์ Naver Map ทุกจุด
ดาวน์โหลดฟรี →